HAIR TRIP FOR BEAUTY HAIR

 

1. การสระผมเพื่อถนอมเส้นผม

จริงๆ แล้วการสระผมเป็นเรื่องที่ง่าย ทำเป็นประจำ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยไม่ทราบวิธีการสระผมที่ทำให้ผมไม่หลุดร่วงหรือแห้งกรอบ จริงๆ แล้วการดูแลเส้นผมต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกสุด คือ อุณหภูมิของน้ำ เรามาเริ่มดูวิธีสระผมที่ถนอมเส้นผม ดังต่อไปนี้

ขั้นตอนการสระผม :

1. ล้างผมด้วยน้ำเปล่า ทำผมให้เปียกด้วยน้ำเปล่า เป็นการล้างสิ่งสกปรก เหงื่อ น้ำมัน บนหนังศรีษะรอบหนึ่ง สิ่งที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือ ควรใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็น เนื่องจากน้ำร้อนจะไปกระตุ้นหนังศรีษะล้างน้ำมันออกให้แห้งจนเกินไป อาจเปรียบได้กับปลาเขตหนาวและเขตร้อน เช่น ปลาเขตหนาวของมหาสมุทรแอตแลนติก หรือ อลาสก้าประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาเขตร้อน มีชั้นไขมันเปลือกผิวหนากว่า ทานแล้วอารมณ์ดีกว่า อีกทั้งเนื้อปลาเขตหนาวจะลื่นกว่าปลาเขตร้อน ไขมันใต้ผิวหนังศรีษะสำคัญมาก คนที่มีสุขภาพผมแข็งแรง ลองดึงผมออกมา สังเกตุตรงโคนผมจะมีไขมันติดมามากและลึก ผมหลุดร่วงน้อยกว่า สำหรับคนที่ไขมันใต้ผิวหนังศรีษะบาง จะยิ่งทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

แม้กระทั่งเคยสังเกตุไหมว่า ทำไมคนเอเชียโดยรวมดูอ่อนเยาว์กว่าคนฝรั่ง เนื่องจากภูมิประเทศที่หนาว ทำให้คนที่อยู่เขตหนาวต้องอาบน้ำร้อนไปโดยปริยาย ซึ่งสังเกตุว่าผิวจะแห้งมาก ผมจะบางมาก ยังไม่นับตอนแก่ เช่นเดียวกับหนังศรีษะ การใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนสระผม หรือแม้กระทั่งอาบน้ำ จะสังเกตุได้เลยว่า คนที่อาบน้ำอุ่นผิวจะไม่ลื่นเท่ากับคนที่อาบน้ำอุณหภูมิธรรมดาหรือน้ำเย็นเป็นประจำ ถึงแม้ว่าดูผิวเผินจะนุ่มเหมือนกัน แต่ความลื่นที่สัมผัสจะต่างกัน

 น้ำร้อนหากจะใช้ได้ คือ น้ำแร่ เช่น น้ำพุร้อนตามสถานที่ต่างๆ หรือ น้ำพุร้อนที่ประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทยก็มีอยู่หลายที่ แต่ต้องเป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุจริงๆ น้ำร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน แร่ธาตุต่างๆ จะเข้าไปตามรูขุมขนช่วยรักษาผิวหรือหนังศรีษะได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำพุร้อนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รับความนิยมกันมาก อาบแล้วผิวนุ่มและสวย

เพราะฉะนั้น หนังศรีษะที่สระด้วยน้ำร้อน จะทำให้ล้างน้ำมันที่หนังศรีษะออกมากจนเกินไป บ่อยๆ เข้าจะทำให้หนังศรีษะแห้ง ตกสะเก็ด ผมร่วง รู้อีกทีเมื่อสายไปแล้ว ชั้นไขมันใต้ผิวไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ เช่นเดียวกับผิวหน้า เมื่อชั้นหนังกำพร้าซึ่งสะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้ว 25 - 30 ชั้นถูกขัดหรือทำลายให้บางลงแล้ว เสมืองเกาะกำบังหายไป ไม่มีตัวกั้น ผิวก็จะแพ้ง่าย โอกาสที่ผิวจะกลับมาแข็งแรงค่อนข้างยาก นอกจากนั้น น้ำร้อนจะทำให้เส้นผมแห้งกรอบและแข็งทื่อ ดังนั้น เราควรทะนุถนอมเส้นผมกันตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ ใช้น้ำอุณหภูมิธรรมดาหรือน้ำเย็นสระผม น้ำธรรมหรือน้ำเย็นจะช่วยปิดเกร็ดผมด้วย เมื่อเส้นผมสะท้อนกับแสงแดดแลดูเงางาม

2. นวดหนังศรีษะ ในระหว่างที่ล้างผมด้วยน้ำเปล่า นวดหนังศรีษะเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี อย่าลืมว่าเส้นผมที่สุขภาพดีต้องการเลือดที่ไหลเวียนเข้ามาบำรุงรากให้แข็งแรง ขั้นตอนนี้ทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกมาได้มากขึ้น สามารถทำไปพร้อมกันตอนสระผมได้

3. ใส่แชมพู (Shampoo) ลงไปบนศรีษะและเส้นผม การสระผมควรชโลมแชมพู (Shampoo) เข้าไปทั่วเส้นผมเพื่อล้างสิ่งสกปรกให้หมด เช่นเดียวกับการเตรียมผิวก่อนบำรุงผิว ขั้นตอนการทำความสะอาดเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการเตรียมผิว เส้นผมเองก็เช่นกัน เพื่อไปสู่ขั้นตอนการบำรุงด้วยครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) ต่อไป ควรสระเส้นผม (Shampoo) ให้ละเอียด ไม่หนักมือจนเกินไปเนื่องจากเส้นผมที่โดนน้ำแล้ว ในขณะนั้นเส้นผมกำลังอ่อนแออยู่ ขาดหลุดร่วงได้ง่าย แล้วผมจะหลุดร่วงในขั้นตอนนี้มากที่สุด ควรสระไม่เกิน 2 ครั้ง เกินจากนี้ถือว่ามากเกินไป จะทำให้ผมมีโอกาสขาดหลุดร่วงได้มากขึ้น

สำหรับผมสั้นถึงประบ่า ควรสระผม (Shampoo) วันเว้นวัน และสำหรับผมยาว ควรสระผม (Shampoo) 2 - 3 วันครั้ง ไม่ควรสะผมบ่อยจนเกินไป จะทำให้ผมมันและหลุดร่วงได้ง่าย คนผมยาวมีโอกาสหลุดร่วงของเส้นผมได้มากกว่าคนผมสั้นเป็นปรกติ ทุกวันที่หวีผมจะมีเส้นผมที่หลุดร่วงออกมามากกว่าคนผมสั้น ดังนั้นหากสระผมมากขึ้น คือการดึงผมมากขึ้น การหลุดร่วงก็จะยิ่งมีมากขึ้น

การเว้นวันที่สระผม สำหรับผมสั้นถึงประบ่า ควรสระผม (Shampoo) วันเว้นวันเป็นอย่างน้อยในการเว้นวันสระผม และสำหรับผมยาว ควรสระผม (Shampoo) 2 - 3 วันครั้งเป็นอย่างน้อยในการเว้นวันสระผม สำหรับคนที่หนังศรีษะมีปัญหาหรือผมบางมาก ควรสระผมสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง อาจจะเป็นการฝืนที่ต้องให้หนังศรีษะมัน แต่เมื่อทำไปสักพักแล้ว หนังศรีษะจะปรับตัวได้เอง เซลล์ในร่างกายของเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดมาก จะปรับตัวให้เข้ากับกิจวัตรการดำเนินชีวิตของเรา แต่ควรเลือกแชมพูที่ถูกกับหนังศรีษะของเราประกอบด้วย

4. ล้างแชมพู (Shampoo) ด้วยน้ำสะอาด ล้างยาสระผมหรือแชมพูออกด้วยน้ำเปล่าที่อุณหภูมิปรกติ และมั่นใจให้ได้ว่าไม่มียาสระผมหรือแชมพูตกค้างอยู่ อันจะเป็นสาเหตุของรังแคได้

5. ใส่ครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) วัตถุประสงค์ของครีมนวดผม (Conditoner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) คือ ให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผมที่บำรุงไม่ถึง เส้นผมได้รับการหล่อเลี้ยงจากเลือดบนหนังศรีษะ สังเกตุได้ว่า คนที่มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงเส้นผมก็จะอ่อนแอไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดา และการที่เลือดจะมาหล่อเลี้ยงถึงปลายผมค่อนข้างยาก โดยเฉพาะคนผมยาว ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบำรุงเส้นผม ควรใส่ครีมนวดผมให้ทั่วปลายเส้นผมทุกเส้น แล้วค่อยใช้มือที่มีครีมนวดผมเหลืออยู่ลูบที่โคนผมเล็กน้อยเนื่องจากมีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่แล้ว และไม่ให้มันจนเกินไป ควรนวดเส้นผมให้ละเอียดทุกเส้นแล้วหมักทิ้งไว้ 5 นาทีทุกครั้ง

6. ล้างออกด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง ล้างออกด้วยน้ำเปล่าที่สะอาดอุณหภูมิปรกติหรือน้ำเย็นให้สะอาด และเพื่อปิดเกร็ดผมให้เส้นผมเงางาม

7. เช็ดผมให้แห้ง เช็ดผมให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่ซับน้ำได้ดี เช็ดเบาๆ อย่าถูจะทำให้ผมที่อยู่ในช่วงที่อ่อนแอขาดได้ง่าย

8. เป่าผมให้แห้ง เป่าผมให้แห้งด้วยไดร์เย็นหรือไดร์ร้อนเพื่อให้ผมแห้งเร็วขึ้น จริงอยู่ว่าการไดร์ผมด้วยความร้อนมีโอกาสทำให้ผมเสีย แต่ต้องยอมรับว่า การไดร์ผมบ่อยๆ เทียบไม่ได้กับการใช้เคมีบนเส้นผมเพียงครั้งเดียว การไดร์ผม ผมได้รับความร้อนเฉพาะตอนไดร์แล้วจบ แต่เคมีจะเข้าไปทำปฎิกริยาในเส้นผมให้เป็นไปตามที่เคมีนั้นๆ ทำได้ เช่น เปลี่ยนสี เป็นลอน เคมีจะเข้าไปทำปฎิกริยาถึงแกนผม โดยเฉพาะทำสีผม ไม่สามารถล้างออกด้วยยาสระผม หากสีจะซีดลงหรือจะสว่างขึ้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะคุณภาพของน้ำยาโกรกผม การทำรีบอน (Re - Born) ในช่วงแรกอาจดูสวย แต่หากดูถึงความเป็นธรรมชาติแล้ว ความพริ้วไหวที่ปลายผมจะต่างกัน เมื่อเทียบกับคนไดร์ผมตรง ที่ปลายผมจะดูนุ่นและดูมีชีวิตชีวากว่า

การให้ผมแห้งตามธรรมชาติควรอยู่ในห้อง ไม่ควรให้ผมแห้งจากการไปเดินข้างนอก เนื่องจากลมธรรมชาติหรือโดยเฉพาะชายทะเล การเข้ามาของลมไม่สม่ำเสมอกัน มีสิ่งสกปรกมากมายที่จะเข้ามาทำให้ติดเส้นผมได้ง่ายขึ้นในช่วงที่ผมเปียกอยู่ อีกทั้งยังทำให้ผมพันกันและยุ่ง สังเกตุตอนนั่งเป่าผมเบาๆ ให้แห้ง เทียบกับออกไปข้างนอกแล้วผมแห้ง ผมจะมีความนุ่มที่แตกต่างกัน

9. จัดทรงผมตามต้องการ ใส่อาหารผมย้ำเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ปลายผม หรือใส่มูสจัดทรงผมตามต้องการ

จริงอยู่ที่เส้นผมที่สุขภาพดีมาจากสุขภาพของเราเอง อาหารที่เราทานเป็นประจำ เลือดของเราเอง แต่การบำรุงรักษา (Maintainance) เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เส้นผมสวยของเราอยู่กับเราได้นาน เคยเห็นไหมว่าหลายๆ คนเป็นคนรักษาของ บางคนใช้สิ่งของไม่นานก็เก่า คนที่รักษาสิ่งของมักจะทะนุถนอมสิ่งของเวลาใช้งาน ดูแลรักษา ทำความสะอาดเป็นประจำ เส้นผมก็เช่นกัน แต่เส้นผมต่างกันตรงที่ต้องทำความสะอาดบ่อย ดังนั้น หากขั้นตอนการทำความสะอาดผมและนวดผมไม่ทะนุถนอม ก็เหมือนกับเราทำลายซ้ำๆ เรื่อยๆ สุดท้ายเส้นผมเราก็จะบางลงในที่สุด การเลี้ยงเส้นผมให้ยาวต้องอาศัยเวลา หนึ่งปียาวได้แค่ไม่กี่เซ็นติเมตร (cm.) ร่วงแล้วก็ต้องรอยาวใหม่ซึ่งก็นาน อย่าลืมดูแลผมกันตั้งแต่ขั้นตอนแรก

 

2. การเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผม

การเลือกแชมพู : วัตถุประสงค์ของการใช้แชมพูเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่อยู่บนหนังศรีษะและเส้นผม ดังนั้นการทำความสะอาดเส้นผม ควรเลือกแชมพูที่อ่อนโยนที่เหมาะกับหนังศรีษะเป็นหลัก

1. หนังศรีษะแห้ง : ควรใช้แชมพูสำหรับผมแห้ง เนื่องจากแชมพูสำหรับหนังศรีษะแห้งจะใส่ Moisturizer เพิ่มขึ้นเพื่อเคลือบหนังศรีษะก่อนขั้นหนึ่ง
2. หนังศรีษะมัน : ควรใช้แชมพูสำหรับผมมัน เนื่องจากแชมพูสำหรับหนังศรีษะมันจะใส่ Moisturizer น้อยลงเพื่อไม่ให้ผมมันจนเกินไป

การพัฒนาสูตรของเรา จะเน้นเพื่อให้เส้นผมสุขภาพดีเป็นหลัก อาจมีคำถามว่าแล้วสำหรับผมดัดจะทำอย่างไร ในเมื่อความหมายของเส้นผมที่มีสุขภาพ คือ ต้องมีน้ำหนัก แต่ผมดัด ไม่ต้องการน้ำหนัก เนื่องจากหากเส้นผมหนักแล้วจะไม่เป็นลอนสวย เมื่อใช้สเปร์ (Spray) แล้วก็ต้องสระผมมากขึ้น ดังนั้น เราแนะนำให้ใช้สูตรตามหนังศรีษะ สำหรับผมแห้งบำรุงตามด้วยทรีตเม้นท์ (Treatment) แทนครีมนวดผม (Conditioner) บำรุงเส้นผมแทน สำหรับคนผมตรง ทำสี เลือกแชมพูตามหนังศรีษะตามปรกติ

การเลือกครีมนวดผม (Conditioner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) : วัตถุของครีมนวดผมคือให้ความชุ่มชื่นกับเส้นผม ควรเลือกตามเส้นผมเป็นหลัก

1. เส้นผมสุขภาพปรกติ : ใช้ครีมนวดผม (Conditioner) ตามหนังศรีษะแห้งหรือมัน
2. เส้นผมเสีย ทำสี : ใช้ทรีตเม้นท์ (Treatment) ตามหนังศรีษะแห้งหรือมัน

 

3. การเลือกรับบริการร้านทำผม

การเลือกรับบริการร้านทำผม การบริการนั้น เป็นเรื่องของบุคคล ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ เป็นบุคลิกของแต่ละบุคคลที่ชอบเอาใจลูกค้า ดังนั้น ไม่เป็นความจริงที่ว่า ร้านที่แพงจะบริการดีกว่า ทั้งนี้ มีปัจจัยอยู่ 2 ส่วน

1. ความใส่ใจของเจ้าของร้าน ที่จะสังเกตุพฤติกรรมของพนักงานและเลือกรับพนักงาน
2. อุปนิสัยของพนักงานเอง

สังเกตุได้ตั้งแต่การสระผม ความตั้งใจในการสระผม สระละเอียดทุกเส้นผม เวลาใส่ครีมนวดผม (Conditoner) หรือทรีตเม้นท์ (Treatment) ก็ค่อยๆ นวดหนังศรีษะและเส้นผม เพื่อให้ครีมนวดผมเครือบเส้นผมได้ดี ค่อยๆ สางผม เมื่อสระผมและนวดผมเสร็จแล้ว ก็ค่อยๆ เช็ด และเป่าผมเบาๆ เพื่อไม่ให้ผมพันกัน โดยเฉพาะผมเส้นเล็กและยาว มีโอกาสพันกันง่ายมาก การใส่ใจในการสระผมและนวดเส้มผม ทำให้โอกาสในการที่ผมพันกันน้อยลงเวลาเป่าผม ควรเป่าผมให้แห้งหมาดก่อนแล้วค่อยไดร์ผมหรือทำลอนผมจะง่ายขึ้น

การไดร์ผม ก่อนไดร์หรือทำลอนควรหวีก่อนรอบหนึ่ง เพื่อให้การไดร์หรือทำลอนไม่พันกัน หากเป็นผมเส้นใหญ่จะได้เปรียบกว่า เพราะผมไม่ค่อยพันอยู่แล้ว สำหรับผมที่พันกันหากไม่หวีก่อน เวลาไดร์ผมช่างส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนอุปกรณ์แต่จะไดร์ต่อไปเลย จะทำให้ผมขาด หลุดร่วงอีกเยอะ การไดร์ควรไดร์ค่อยๆ สังเกตุได้ง่ายมาก เวลาไดร์ผมเบาๆ ค่อยๆ เหมือนจะช้ามาก ค่อยๆ แบ่งผม แต่เวลาไดร์เสร็จแล้วแทนที่ผมจะแข็งกลับผมนุ่ม การเลือกรับบริการร้านแบบนี้ จะทำให้สามารถไดร์ผมได้บ่อยๆ อีกทั้งยังไม่ทำให้ผมเสีย เทียบกับร้านที่แบ่งผมทีละมากๆ เพื่อให้ไดร์เสร็จเร็วๆ ใช้ความร้อนเยอะๆ จะทำให้ผมเสียมาก ผมร่วงมาก ไดร์แล้วแทนที่ผมจะเงางามกลับด้านตรง

ดังนั้น สำหรับคนที่เข้าร้านทำผมเป็นประจำ ควรเลือกร้านที่ดูสะอาด ความใส่ใจดูได้จากการปรนนิบัติเส้นผมของเรา ไม่ได้รักเส้นผมเราเลย ก็ไม่ควรเลือกใช้บริการ การเอานิตยสารมาให้และน้ำมาให้ปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องปรกติแล้ว เนื่องจากน้ำแก้วสำเร็จรูปปัจจุบันราคาเพียงแค่บาทเดียว ต้องยอมรับว่าราคาค่าบริการขึ้นอยู่กับสถานที่และทำเลจริงๆ คงมีคนหลายๆ คนที่ทำผมชั้นยอดเยี่ยม ราคาแพงริบ บางครั้งตัดไม่ตรงก็มี เพราะคนเราก็ไม่ใช่เครื่องจักร สุดท้ายก็เหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับการเซ็ตผมทั้งนั้น เราต้องยอมรับว่าเราไม่ใช่ดาราที่มีทีมช่างอยู่แล้ว โดยปรกติเวลาธรรมดาเค้าก็ทำตัวปรกติ เลือกทรงผมที่เข้ากับเค้าที่สุดและเซ็ตง่าย

เราไม่ควรเลือกร้านที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดีวางอยู่แล้วสรุปว่าร้านนั้นต้องบริการดี เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนประกอบของร้านเท่านั้น ไม่ใช่แก่นแท้ของการบริการ และเราเองก็สามารถหาเลือกซื้อของเราไปได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราคาดหวังคือการได้รับการเอาใจใส่ที่ดีของพนักงาน การทะนุถนอมเส้นผมของเราใกล้เคียงหรือเหมือนกับที่เราดูแล

 

4. โหงวเฮ้งการดูเส้นผม

ศาสตร์การดูโหงวเฮ้งเป็นศาสตร์ทางสถิติแขนงหนึ่ง ซึ่งมีสถิติสะสมกันมายุคต่อยุคเมื่อเป็นพันปี โหงวเฮ้งนั้น สามารถดูได้ทุกส่วนของร่างกาย และสามารถบอกได้ว่าคนที่มีลักษณะตามตำราที่ได้มีการเก็บสถิติเอาไว้ น่าจะมีลักษณะหรืออุปนิสัยอย่างไร จึงมาการดูโหงวเฮ้งของการดูเส้นผมมาฝากกัน การดูเส้นผมสามารถบอกได้ว่าคนๆ นั้นเป็นอย่างไร และควรแก้ไขอย่างไรเพื่อให้โหงวเฮ้งดีขึ้น

แบ่งการดูลักษณะเส้นผมดังต่อไปนี้

1. สีของเส้นผม
ผมสีเข้ม : สีของเส้นผมบ่งบอกถึงพลัง ยิ่งเข้มยิ่งดี ยิ่งถ้าเงาด้วยจะยิ่งดีมาก
ผมสีอ่อน : มีพลังน้อยกว่า

2. ความหนาของเส้นผม
ผมเส้นใหญ่ : โดนหลอกได้ยากกว่า ใจแข็งกว่า
ผมเส้นเล็ก : โดนหลอกได้ง่าย ใจอ่อน

3. ลักษณะของเส้นผม
ผมตรง : ผมตรงทื่อเสมอต้นเสมอปลาย และรวมเป็นกลุ่มไม่แตกกระจาย เป็นเครื่องหมายของผู้ที่มีความกล้าหาญเด็ดขาด แต่ถ้าผมยาวเหยียดและมีน้ำมัน จะเป็นคนค่อนข้างขี้อายและเจ้าเล่ห์ ถ้าเป็นผมเหยียดตรง แต่แข็งแสดงว่าเป็นคนที่เชื่อมั่น ในสิ่งใดก็คงมั่นในสิ่งนั้น
ผมนุ่ม : แสดงถึงความมีสุขภาพดี ทั้งยังเป็นคนสุภาพอ่อนโยน ถ้าเป็นคนมีผมสีเข้มแสดงว่า เป็นคนมีเหตุหนักแน่น ถ้าผมสีอ่อนเป็นคนไวต่อความรู้สึก และค่อนข้างประณีตรักสวยรักงาม
ผมหยาบ : ถ้าคนใดที่มีเส้นผมหยาบแข็ง ท่านว่าเป็นคนบึกบึนนิสัยกระด้าง และสมองไม่ปราดเปรื่องนัก ถ้าผมแข็งและเป็นเส้นตรง จะเป็นคนดื้อดึง
ผมบาง : เป็นคนมีอารมณ์ไม่คงที่ ขุ่นมัวง่าย ยกเว้นคนหัวล้านหรือหักเถิก เพราะอยู่ในประเภทคนฉลาด มีสมองดี
ผมดก : เป็นคนแคล่วคล่องว่องไว แข็งกร้าวทั้งกายและใจ อายุยืน และมีสมรรถภาพทางเพศมาก ถ้าเป็นผู้ชายที่มีเครา หรือหนวดดกหนา เป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่าชายคนนั้นเป็นแมนเต็มตัว
ผมที่หน้าผาก : บอกให้รู้ว่าเป็นคนอ่อนแอ บอบบางทั้งกายทั้งใจ และสุขภาพไม่ดีนัก มีความสามารถทางเพศเยี่ยมยอด และตรงกันข้ามกับคนที่มีเพรียงหรอมแหรม มักจะไม่ค่อยเอาไหนในเรื่องนี้
ผมหยักศก : ผมหยิกตามธรรมชาติ ตั่งแต่เป็นคลื่นลอนไปจนถึงหยิกฟู ก็จัดอยู่ในประเภทหยักศก เป็นคนหยิ่งทระนงในตนเอง

4. ความยาวของเส้นผม
ผมสั้น : ภาระที่แบกรับน้อยกว่า
ผมยาว : ภาระที่แบกรับมาก เหนื่อยมากกว่า

5. ปลายเส้นผม
ปลายผมตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ไม่ควรตัดตรง เพราะจะเก็บเงินไม่อยู่

 

การแก้ไขเพื่อปรับโหงวเฮ้ง

1. สีของผม
สีของเส้นผมนั้น ตามหลักแล้วยิ่งเข้มยิ่งดี แต่คนที่ผิวคล่ำก็อาจจะบอกว่าไว้แล้วหมอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละบุคคล เนื่องจากในต่างประเทศนั้น คนผิวสีแล้วกล้าโกรกผมสีดำจะดูเก๋มาก ทั้งนี้ในการปรับ ขึ้นอยู่กับความหนาของเส้นผมเป็นหลัก หากผมเส้นใหญ่อยู่แล้ว สามารถปรับอ่อนได้ แต่ผมเส้นเล็กอยู่แล้ว ถ้าจะเปลี่ยนสี ควรดัดผมเสริมเข้าไปด้วยเพื่อลดการอ่อนกำลังลง


2. ความหนาของเส้นผม
ผมเส้นใหญ่ได้เปรียบกว่าผมเส้นเล็กมาก ไม่ว่าจะทำสีหรือดัดผมก็ได้ เพราะดวงแข็งอยู่แล้ว ถ้าผมเส้นเล็ก หากจะโกรกผม ให้ดัดหรือไว้ผมประบ่าคือไม่ยาวจนเกินไปประกอบกันไปด้วย

3. ลักษณะของเส้นผม
ลักษณะผมตรงนี้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความหนาของเส้นผม เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเกิดมาผมตรงแล้วอยากดัดผมหรือทำสี ก็ขึ้นอยู่กับว่าผมเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กตามที่ได้แนะนำไปแล้วข้างต้น ถ้าเกิดมาผมหยักโศก อยากจะ Re - borning ก็ขึ้นอยู่กับว่าผมเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กเช่นกัน

4. ความยาวของเส้นผม
ตามความเชื่อ คนที่ไว้ผมยาวเหมือนจะดูมีภาระมากกว่า เหนื่อยกว่า แต่ถ้าเป็นเด็กสามารถไว้ได้ เนื่องจากยังไม่มีความรับผิดชอบอะไร แต่หากองค์ประกอบทั้งสีผมซึ่งเป็นสีเข้มอยู่แล้ว ผมเส้นใหญ่อยู่แล้ว ก็อาจจะไว้ผมยาวได้ เพราะเหมือนกับยิ่งทำมากก็ยิ่งได้มาก

5. ปลายผม
ปลายผม ตามความเชื่อแล้ว ไม่ควรไว้ผมตัดเท่ากันตนเกินไป ควรสไลด์ปลาย หรือทำแหลมๆ ไม่ให้เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างข้างต้น

 

การทำผม

1. ด้านหน้า
ตามหลักความเชื่อ ไม่ควรรวบข้างหน้าตึง หรือคาดผมเป็นประจำ เป็นครั้งคราวได้ หากต้องการรวบข้างหน้าตึงเป็นประจำ ด้านหลังควรติดกิ๊ป หรือ มัดผมไว้อีก Step หนึ่ง เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล การทำ Hi - Light ผมหลายๆ สีที่ค่อนข้างแรงและเด่นมากๆ เป็นทรงผมที่ค่อนข้างแรง หากดวงไม่ถึงจะทำให้ได้รับความเดือนร้อน

2. ด้านหลัง
การไว้ผมด้านหลัง อย่าไว้สั้นเกินไป เพราะจะตัดทอนโชคลาภไปหมด ควรไว้ผมยาวกำลังดี คนจีนไม่ค่อยชอบให้ไว้ผมยาวมาก อาจเป็นเพราะคนจีนเน้นเรื่องยาบำรุงต่างๆ ห้ามทานน้ำเย็น จะทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง เรื่องการไหลเวียนของเลือด ถ้าไว้ผมยาวเลือดจะไปเลี้ยงไม่พอ และอื่นๆ อีกมากมาย

 

คงมีคำถามกันว่า แล้วจะนับเส้นผมตั้งแต่กำเนิดหรือนับตอนปัจจุบัน ก็คงเหมือนกับการทำศัลยกรรมปรับโหงวเฮ้ง ที่มีคำถามมากมายว่า ปรับแล้วจะเปลี่ยนจริงหรือ คงต้องตอบว่า โหงวเฮ้งของเรา หรือลักษณะนิสัยดั้งเดิมของเราเลยจะนับโหงวเฮ้งของเราตั้งแต่กำเนิด คือนิสัยของเราเป็นแบบนี้ มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ญาติ เพื่อน แต่เมื่อปรับแล้ว คงปฎิเสธไม่ได้ของสิ่งแวดล้อมภายนอกที่จะเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ถูกดึงดูดเข้ามา แล้วดวงของเรารับได้หรือไม่ เช่น ถ้าพื้นฐานดวงเราเป็นคนขี้กลัว ทำศัลยกรรมแล้วดึงดูดแต่สิ่งดีๆ เข้ามา แต่ด้วยเราไม่กล้าที่จะก้าวผ่าน ก็เหมือนกับดวงเราไม่ถึง หรือพื้นฐานเราดวงมีแต่คนมาหลอก เมื่อทำศัลยกรรมแล้ว ปรกติหลอกได้แค่เงิน อาจโดนหลอกมากขึ้น หรือแทนที่จะมีเพื่อนธรรมดา กลับดึงเพื่อนที่ดูดี แต่ติดสิ่งเสพติดมาอีก แทนที่จะดีกลับแย่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องระวัง แต่หากเราดวงดีอยู่แล้ว ดวงแข็งอยู่แล้ว เรารับได้ ก็อาจจะยิ่งดีไปกันใหญ่

โหงวเฮ้งที่จะสามารถบอกได้ว่าเรามีความสุข คือ ดูดีทุกส่วน หรือ การมีออร่าในตัวเอง อาจจะบอกไม่ได้ว่าส่วนตรงนี้ต้องหนา หรือต้องได้รูป แต่ดูโดยรวมแล้วต้องสุขภาพดี ใช้ Common Sense ง่ายๆ ว่า เส้นผมที่สุขภาพดีคงจะต้องเงา ดวงตาที่ดีควรต้องใส ไม่ขุ่น สีตาขาวกับสีตาดำควรต้องแยกกันชัดเจน ไม่มีสีแดงมาปนเปื้อน ผิวต้องเปร่งปรั่ง ไม่จำเป็นว่าต้องผิวขาวหรือผิวดำ ริมฝีปากต้องไม่ดำ ฟันต้องขาว สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกว่าคนคนนั้นเป็นคนที่มีความสุขในตัวเองได้ แต่คงไม่สามารถบอกได้ถึงเรื่องสุขภาพทางการเงิน เนื่องจากคนที่ร่ำรวย ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ดูดี ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ศาสตร์เข้ามาช่วย

ทั้งนี้ ชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวงหรือโชคชะตาฟ้าลิขิต โหงวเฮ้งของเราเปลี่ยนไปตลอดตามการขึ้นลงของชีวิตเรา สังเกตุได้ง่ายมาก เวลาเรามีชีวิตดีขึ้น หน้าเรายิ่มแย้มแจ่มใส โหงวเฮ้งเราทำอะไรก็ดูดีไปหมด เป้าหมายชีวิตของแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราหาความหมายของชีวิตเราได้หรือไม่ ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร การมีสุขภาพดีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราทำหน้าที่ของเราได้ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกๆ วัน ตั้งแต่เราเกิดมาเราทำหน้าที่ลูก โตขึ้นเรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นคือ เรียนหนังสือ โตขึ้นเรามีน้องเรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นคือ หน้าที่ของพี่ เรียนจบเรามีหน้าที่เพิ่มขึ้นคือ ทำงาน และอีกหน้าที่คือตำแหน่งงานที่รับผิดชอบ เป็นพนักงานก็ต้องเป็นพนักงานที่ดี เป็นเจ้านายก็ต้องเป็นเจ้านายที่ดี

การเป็นพนักงานที่ดีบางครั้งก็เป็นได้ยาก คนโน้นไม่ทำ ทำไมเราต้องทำ มีคำคมที่ว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานก็ยังคงใช้ได้อยู่ เคยเห็นงานที่คนๆ หนึ่งทำงานเอาไว้เมื่อเป็น 20 ปีก่อนแล้วยังใช้ได้อยู่ปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นเรียกว่าคุณค่าที่เกิดขึ้นในตัวเขาให้คนรุ่นหลังๆ ได้รับผลประโยชน์ ปัจจุบันเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อเพิ่มเงินเดือน คุณค่าของเราเทียบได้กับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่มีอะไรในตัวคุณให้บริษัทได้รำลึกถึง ซึ่งอาจตีมูลค่าไม่ได้ หรือบางครั้งคนเราคิดง่ายๆ ว่าเป็นขโมยง่ายกว่า คนเราจะต่างกันตรงที่เมื่อเห็นเงินตก 1,000 บาท แล้วจะเก็บหรือไม่ ค่าของเราอยู่ตรงนั้น หากเราทำงานถึงแม้ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำ เราสามารถภูมิใจได้เลยกับเงินที่ได้รับมา เมื่อเราแต่งงานก็มีหน้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หน้าที่ที่นอกเหนือจากนั้น เช่น ประชาชนที่ดีของชาติบ้านเมือง และชาวพุทธที่ดีหากนับถือพุทธศาสนา

เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะเกิดมาไม่สมบูรณ์ เราก็ยังสามารถทำหน้าที่ของเราให้ดีได้อยู่ เราต้องพยายามดูแลสุขภาพเราให้แข็งแรง หากเรามีสุขภาพไม่ดีแล้ว โอกาสที่เราจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ในชีวิตเราก็ยาก หรือหาความหมายของชีวิตได้น้อยลง รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เพราะฉะนั้น ดูแลสุขภาพกายแล้วอย่าลืมสุขภาพเส้นผมไปพร้อมๆ กัน กำลังใจที่ดีที่สุด คือ กำลังใจที่สร้างได้ด้วยตัวเอง


สุดท้ายนี้ เราคงจะปฎิเสธไม่ได้ว่า การที่เรามีผมสีอะไร ดวงตา จมูก ปาก สีผิว หรือทุกส่วนของร่างกายของเรากำหนดมาจากพันธุกรรม เราเลือกเกิดไม่ได้ บางคนผมสวยอยู่แล้วหรือหน้าตาสวยโดยธรรมชาติไม่ต้องศัลยกรรม แต่เคยสังเกตุไหมว่า คนที่ภูมิใจว่าตัวเองดูดีอยู่แล้ว แต่ไม่ดูแลตัวเองให้ดีก็จะทำให้ดูแย่ลงเรื่อยๆ การมีผมที่สวยเป็นการเสริมบุคลิกภาพได้มาก หน้าตาที่ธรรมดาคล้ายๆ กัน เมื่อเลือกทรงผมที่เหมาะกับเราแล้ว จะทำให้เรามั่นใจในการดำรงชีวิต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหาทรงผมที่บ่งบอกว่าเป็นตัวเราให้ได้มากที่สุดให้เจอ เราจะเจอเพียงแค่ทรงผมเดียวที่ใช่ที่สุดสำหรับเรา เหมาะกับกิจวัตรประจำวันของเรา เพื่อเราจะได้รู้วิธีดูแลเส้นผมได้อย่างดียิ่งๆ ขึ้นไป

 

หากอ่านแล้ว เห็นว่าบทความของเรามีประโยชน์ อย่าลืมเข้าไปติชมได้ที่ WELCOME
WINTER FOR LIKE !
หรือ WELCOME WINTER FOR COMPLAIN ! แล้วเราจะนำมาพัฒนาปรับปรุงเพื่อตอบสนองความต้องการของท่านต่อไป ขอขอบคุณในการติดตาม


1553 / 5 - 6 Soi Ladprao 43, Ladprao Road, Samsennok Subdistrict, Huaikwang District, Bangkok 10310
TEL : 662 - 511 - 4472, FAX : 662 - 511 - 4472, E - MAIL : welcomewintershampoo@gmail.com
Copyright @ 2013 P.R.Y. JEN (THAILAND) CO.,LTD. All right reserved.